โหมโรง ชวนนึกถึงอดีต แกรี่ เนวิลล์ กล่าวถึงช่วงเวลาอันแสนวิเศษในศึกแดงเดือด ปี 2007

ข่าวแมนยู

อีกหนึ่งประวัติศาสตร์ศึกแดงเดือด ที่ทั่วโลกยังคงจดจำกันได้ แม้แต่ แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวา แห่งทัพปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเอามาเล่าถึงประสบการณ์ศึกแดงเดือดอันน่าประทับใจที่สุดในชีวิตของ ในเกมบุกบ้าน ลิเวอร์พูล ใน ปี 2007 ที่ แอนฟิลด์ ต้องลุกเป็นไฟ ในช่วงเวลาการเล่น 90นาทีเต็ม ของทั้งสองทีมภายในเกม รวมไปถึงเนื้อหาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ นาทีประตูชัยที่ทำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก จนกลายเป็นก้าวแรกสู่ความยิ่งใหญ่มาถึงทุกวันนี้

โดย แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษวัย 43 ปี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ถึงคำถามทีว่าความทรงจำเมื่อครั้ง เกมศึกแดงเดือดอันยอดเยี่ยม ในระหว่างที่คุณลงเล่นให้กับสโมสรปิศาจแดงอยู่นั้นอยู่ในช่วงไหน?

นั่นทำให้ เนวิลล์ เลือกที่จะตอบว่า “จังหวะของ จอห์น โอเช ไงล่ะ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อ ประตูมาเกิดขึ้นเอาในนาทีสุดท้ายเลย” ซึ่งนั่นเป็นนัดที่  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถยิงประตูชัยได้ตีไข่แตก ประตูของทางฝั่งทีมหงส์แดงได้สำเร็จ ก่อนจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ครั้งแรกในรอบ 4 ปี ก่อนจะกลายมาเป็นหนึ่งในนัดประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลจดจำกันมากที่สุด

โดยนอกจะเป็นเหตุการณ์อันน่าจดจำ จากการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ครั้งแรกในรอบ 4 ปี ของ  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว ภายในเกมยังมีเหตุการณ์อื่นๆและสิ่งต่างๆมากมายที่ทำให้หลายคนพากันจดจำการแข่งขันฟุตบอลในนัดนี้ ทั้งการแข่งขันภายในเกม ที่ยุคนั้น ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายก่อนเข้าสู่ช่วงขาลง ซึ่งภายในเกมนั้น ลิเวอร์พูล นับว่ายังมีฟอร์มการเล่นที่เข้าขั้นโหดเอาเรื่อง จนสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นรองกว่ามาก

แต่ก็ยังเหนียวแน่น ไม่ยอมเสียประตูง่ายๆ และมีจังหวะลุ้นให้แฟนบอลของทั้งสองทีม ต้องนั่งไม่ติดเบาะหลายต่อหลายครั้ง และนอกจากจะเป็นเกมการแข่งศึกแห่งศักดิ์ศรีอันดุเดือดแล้ว ยังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้น เมื่อ พอล สโคลส์ ดันไปเหวี่ยงกำปั้นใส่ ชาบี อลอนโซ่ จนเกือบเกิดเหตุจราจลกันเกิดขึ้น ซึ่ง สโคลส์ ก็โดนผู้ตัดสินยกใบแดงไล่ออกจากสนามไปในที่สุด รวมถึงจังหวะทำประตู ที่นักเตะดาวรุ่งในสมัยนั้นอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ทักษะเตะฟรีคิกอันเฉียบคม แต่ เปเป้ เรน่า ผู้รักษาประตูได้เข้าเซฟบอลไว้ได้ทัน และก็เป็นโอกาสเหมาะของ จอห์น โอเช ที่เข้ามายิงซ้ำ

จนเก็บ 3 แต้มปล้นชัยชนะหงส์แดง ขึ้นเป็นแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนั้นได้สำเร็จ และยังเป็นความสำเร็จอันน่าประทับใจในช่วงท้ายการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของทีมปิศาจแดงในยุคนั้น

โดยหลังจากการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้น ก็ทำให้ทัพปิศาจแดงเริ่มฟอร์มดุขึ้นรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นทีมที่น่าเกรมขามที่สุดแห่งยุค สวนทางกับทางด้านของ ลิเวอร์พูล ที่กำลังฟอร์มตกอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นที่หดหู่สำหรับแฟนบอลไปพักหนึ่งเลยทีเดียว

แต่อะไรๆมันก็ไม่แน่ไม่นอน ถัดมาในปัจจุบัน กลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง ทั้งทัพทีมปิศาจแดง ที่กลายมาอยู่ในช่วงตกต่ำแบบสุดๆ โดยการคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ และ ทางฝั่งของลิเวอร์พูลที่พัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด จนมาอยู่อันดับต้นๆของตาราง จากการคุมทีมโดย เยอร์เกน คลอปป์

ซึ่งท้ายที่สุดต้องมาดูกันอีกครั้งว่า แมนยูที่ตกในสถานะเป็นรองจะทำได้ดีแค่ไหนกับประวัติศาตร์หน้าใหม่ครั้งนี้